ธุรกิจก่อสร้างญี่ปุ่นดึง Augmented Reality ช่วยออกแบบตึกลดปัญหาขาดแรงงาน

ธุรกิจก่อสร้างญี่ปุ่นดึง Augmented Reality ช่วยออกแบบตึกลดปัญหาขาดแรงงาน

ในภาวะที่ประเทศญี่ปุ่นประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างเช่นในทุกวันนี้ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเองก็หนีไม่พ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้เช่นกัน นั่นจึงทำให้เทคโนโลยีในกลุ่ม Augmented Reality (AR) เริ่มมีความโดดเด่นมากขึ้น และถูกหยิบมาใช้งานบ่อยขึ้นในธุรกิจก่อสร้างของญี่ปุ่น โดยบริษัทผู้รับเหมามองว่า เทคโนโลยี AR นี้จะช่วยประหยัดทั้งเวลา และแรงงานให้กับองค์กรได้นั่นเอง

ปัจจุบันมีหลายบริษัทในญี่ปุ่นที่พัฒนาเทคโนโลยี AR มาใช้งานกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของตนเองแล้ว ยกตัวอย่างเช่น บริษัทรับเหมาก่อสร้างโอบายาฉิ (Obayashi) ที่พัฒนาเทคโนโลยี Augmented Reality ในลักษณะกล้องติดกับแท็บเล็ตที่สามารถสร้างภาพสามมิติของโปรเจกต์ที่กำลังก่อสร้างได้ว่า เมื่อสำเร็จแล้วผลงานจะออกมาเป็นเช่นไร และผู้ใช้งานยังสามารถเลือกมุมได้ว่า จะชมจากมุมไหนด้วย

ไม่เฉพาะในงานรับเหมาก่อสร้าง กระทั่งการออกแบบร้านค้า หรือการติดป้ายร้านใหม่ ทางบริษัทโอบายาฉิ ก็สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ช่วยเลือกมุมให้ป้ายของร้านดูโดดเด่นได้ในระหว่างการติดตั้งได้เช่นกัน

เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดเวลาในการดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับตึกรามบ้านช่อง เช่น การรีโนเวต จากเดิมที่บริษัทผู้รับเหมาจะต้องถ่ายภาพไซต์งานก่อสร้างเพื่อเก็บรายละเอียดต่างๆ ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ด้วยเทคโนโลยีสามมิติ บริษัทรับเหมาสามารถสร้างโครงสร้างอาคาร และพลิกไปมาได้แบบ 3 มิติ ภายใน 3 วัน

บริษัทชิมิซุ (Shimizu) อีกหนึ่งบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีสามมิติมาใช้กับการออกแบบโครงสร้างของท่อทิ้งของเสีย ท่อแก๊ส ที่อยู่ใต้ดินผ่านแท็บเล็ต ร่วมกับดาวเทียมในการชี้จุดว่าสิ่งก่อสร้างต่างๆ นั้น ฝังตัวอยู่ในจุดใดบ้าง

อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถึงตอนนี้ผู้รับเหมาส่วนใหญ่ยังคงให้ความเชื่อถือกับแผนที่แบบกระดาษในการระบุตำแหน่งของสิ่งที่อยู่ใต้ดิน แต่ทางชิมิซุ หวังว่า จะทำแผนที่โครงสร้างใต้ดินให้แล้วเสร็จได้ภายในปีนี้ และตั้งเป้าว่า จะ Render ภาพวัตถุขึ้นมาได้ในแบบสามมิติ เพื่อให้การทำงานต่างๆ ง่ายขึ้นด้วย

นอกจากนี้ บริษัท ฮาซามะ อันโด (Hazama Ando) และซูมิโตโม มิตซุย คอนสตรัคชั่น (Sumitomo Mitsui Construction) ก็เป็นอีกสองบริษัทที่กำลังพัฒนา AR Tools ขึ้นใช้งานเช่นกัน โดยในอนาคตอาจมีการเปิดตัวพิมพ์เขียว 3 มิติที่นำเทคโนโลยี AR มาใช้งานด้วยเช่นกัน

ที่มา – เมเนเจอร์ ออนไลน์